Monday, June 12, 2006

2006 Berkshire Hathaway Annual Shareholders Meeting

บรรยากาศก็คล้าย ๆ กับปีก่อนที่ผมเคยโพสไว้ครับ วันศุกร์มีงานเลี้ยงต้อนรับผู้รับหุ้นที่ Borsheim’s คนเยอะมากเช่นเคย ส่วนวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.ซึ่งเป็นวันประชุม ผมไปถึงหน้าประตูราวตี 4 (ปีที่แล้วไปเร็วกว่านี้) คนที่มาเป็นคนแรกหอบผ้าห่มมานอนหน้าประตูตั้งแต่ตีหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ออกทีวีด้วย ประตูศูนย์ประชุมเปิด 7 โมงเช้า พอประตูเปิดทุกคนก็พากันวิ่งไปจองที่นั่งด้านหน้า ๆ พอจองที่นั่งเสร็จแล้วก็ได้เวลาไปเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าตามบูธบริษัทต่าง ๆ ในเครือ Berkshire ปีนี้ของที่ระลึกจะเน้นไปทางเสื้อผ้าครับ มีหลายแบบให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ก็มีตุ๊กตาหมี มีที่หนีบธนบัตร ไพ่ หมวก

จากนั้นเวลา 8.30 จะมี Company movies ให้ผู้ถือหุ้นดูครับ มีหลายเรื่อง เรื่องแรก เป็นการ์ตูนครับ เป็นเรื่องราวของนักประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่นำสินค้ามาเสนอต่อ Buffett เพื่อขอเงินลงทุนสนับสนุน Arnold ( คนเหล็ก ) เสนอเครื่องโหวตคะแนนเสียงที่ลงคะแนนให้กับตัว Arnold เองได้คนเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ผ่าน Bill Gates เสนอ Window ซึ่งพอ Buffett ได้ฟังก็ร่ายยาวเลยว่า อ๋อ ระบบปฏิบัติในเครื่องคอมใช่ไหม แต่ Gates กลับตอบว่า เป็นหน้าต่างธรรมดา ๆ ซึ่งก็ไม่ผ่าน Gates ยังเสนอ Firewall ด้วยซึ่งพอ Buffett ได้ฟังก็ร่ายยาวอีกครั้ง แต่ Gates บอกว่าเป็นกำแพงกันไฟธรรมดาๆ สุดท้าย สินค้าที่ชนะคือ หน้าต่างที่เป็นทีวีมีภาพหมาเห่า เรื่องต่อมา วันหนึ่ง Buffett เห็นหุ้น Internet แล้วอยากซื้อเลยโทรไปปรึกษากับ Munger แต่ Munger ไม่เห็นชอบด้วย Buffett อยากซื้อหุ้นตัวนั้นมากเลยโทรไปขอให้ Jamie Lee Curtis (นางเอกเรื่อง True Lies) ซึ่ง Munger ชื่นชอบโทรไปเกลี้ยกล่อม Munger ให้ เรื่องต่อมา Buffett ตีปิงปองกับนักปิงปองเด็กชาวจีน ซึ่ง Buffett แพ้ตลอด Buffett เลยติดสินบนให้เด็กคนนี้ยอมแพ้เป็นเงิน $ 2 แต่เด็กไม่ยอมแพ้และชนะ Buffett เช่นเดิม ข้อความสรุปก็คือ ทุกวันนี้เงินแค่ $ 2 ซื้ออะไรไม่ได้อีกแล้ว Company movies ยาวประมาณ 1 ชม.ครับ

ครั้นพอถึงเวลา 9.30 น. Buffett, Munger และคณะกรรมการอย่าง Bill Gates, Tom Murphy, Don Keough ก็เดินเข้ามา ปีนี้ Buffett เริ่มต้นงานด้วยการประกาศถึงการซื้อกิจการบริษัท Iscar ซึ่งเพิ่งมีการเซ็นสัญญาเมื่อวาน Buffett บอกว่า deal นี้เป็น deal ที่ Munger กระตือรือร้นไม่น้อยไปกว่าตัวเขา Munger ชื่นชมคุณภาพของผู้บริหารบริษัท Iscar เป็นอย่างมากว่าเก่งและยังอายุน้อย การซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการซื้อกิจการซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศอเมริกาเป็นครั้งแรก

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำถามครับ :

คำถาม : สำหรับธุรกิจวัฏจักรอย่างเช่นน้ำมัน ควรจะมีระบบให้ผลตอบแทนแก่ผู้บริหารอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการจ่ายผลตอบแทนเป็นจำนวนสูงเกินไปในช่วงที่ธุรกิจบูม และไม่ให้เกิดการจ่ายผลตอบแทนเป็นจำนวนต่ำเกินไปในช่วงที่ธุรกิจย่ำแย่
Buffett ตอบ : ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการบริษัททองแดง เราจะวัดประสิทธิผลของผู้บริหารจากต้นทุนการผลิต ไม่ใช่ราคาทองแดง เนื่องจากผู้บริหารสามารถควบคุมการดำเนินงานได้ แต่ไม่สามารถควบคุมราคาตลาดได้ การให้ผลตอบแทนควรจะดูจากสิ่งที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและส่งผลกระทบได้ Buffett ยังบอกด้วยว่า ความริษยาเป็นสิ่งที่โง่เขลาที่สุดในบรรดาบาปร้ายแรงเจ็ดประการ เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกริษยาคนอื่น คุณจะรู้สึกเป็นทุกข์ ในขณะที่บาปประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ความตะกละ คุณจะไม่รู้สึกเป็นทุกข์ แต่กลับรู้สึกเป็นสุข

คำถาม : ปัจจุบัน กองทุนประเทศ ซึ่งเป็นกองทุนปิดมักจะซื้อขายกันที่ราคาสูงกว่า NAV มันสมเหตุสมผลหรือไม่ ?
Buffett ตอบ : พรีเมี่ยมที่เกิดกับกองทุนปิด โดยมากจะเป็นเรื่องไม่สมเหตุผล ถ้าผมจะซื้อกองทุนปิดที่ราคา 1.2 เท่าของ NAV ผมต้องเชื่อมั่นว่า ผู้จัดการกองทุนดังกล่าวมีความสามารถเป็นเลิศ

คำถาม : คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ การลงทุนในเทคโนโลยีบ้าง ?
Buffett ตอบ : ผมรู้เรื่องเทคโนโลยีมากพอจนทำให้รู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากนัก เราเข้าใจขอบข่ายความสามารถของเรา อย่างบริษัท Iscar (ที่พึ่งซื้อมา) จะเติบโตขึ้นอีกใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า แต่ตัวปัจจัยพื้นฐานจะไม่แตกต่างไปจากเดิม ในทางตรงกันข้าม ตลอดช่วง 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเทเลคอมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก Munger เคยพูดว่า เรามีกล่องอยู่ 3 กล่องคือ In, Out และ Too Hard

คำถาม : คุณคิดอย่างไรต่อการลงทุนในเอธานอล ?
Buffett ตอบ : เรามองไม่ออกว่า ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในธุรกิจเอธานอลจะเป็นอย่างไรในช่วง 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลจะมีการควบคุมการผลิตและการใช้เอธานอลอย่างไร และมันจะเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า ผมรู้แต่ว่าธุรกิจเอธานอลกำลัง Hot ซึ่งโดยปกติแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ที่ผ่านมา ธุรกิจแปรรูปเกษตรกรรมให้ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนต่ำ ผมมองไม่ออกว่า คุณจะสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันขึ้นมาได้อย่างไร ?

คำถาม : สินค้าโภคภัณฑ์กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่หรือเปล่า ?
Buffett ตอบ : จุดเริ่มต้นของแนวโน้ม มักจะถูกผลักดันจากอุปสงค์ อุปทาน แต่ต่อมา การเก็งกำไรก็จะเข้ามาแทนที่ มีคำพูดเก่าแก่คือ “คนฉลาดเข้าไปตั้งแต่ตอนแรก ๆ แต่คนเขลาจะเข้ามาร่วมวงด้วยในตอนท้าย” ผมคิดว่าตอนนี้ ทั้ง Commodity และอสังหาริมทรัพย์มีกิจกรรมการเก็งกำไรกันมาก แต่ใครจะไปรู้ว่า มันจะไปได้ไกลแค่ไหน

คำถาม : คุณคิดว่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ศักยภาพการทำกำไรของธุรกิจสื่อลดลงอย่างถาวรหรือไม่ ?
Buffett ตอบ : ผู้คนต้องการรับรู้ข่าวสารและความบันเทิงเสมอ อย่างไรก็ตาม เรามีตาแค่สองข้างและมีเวลาแค่ 24 ชม. แต่ก่อน สื่อหลัก ๆ มีแค่โรงภาพยนตร์ท้องถิ่น, วิทยุ และหนังสือพิมพ์ แต่ตอนนี้ มีสื่อมากมายให้เลือก เมื่อไรก็ตามที่มีคู่แข่งขันเข้ามามากขึ้น ศักยภาพของธุรกิจนั้น ๆ ก็จะเสื่อมถอยลง แม้หนังสือพิมพ์จะยังมีผลกำไรสูงอยู่ แต่มันก็เป็นตัวเลขที่ลดต่ำลง อนาคตของธุรกิจหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ไม่ได้ดีเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว

คำถาม : ข้อดีของ Contrarian ( การสวนกระแส ) คืออะไร ?
Buffett ตอบ : Contrarian ไม่ใช่สิ่งถูกหรือผิด คุณควรเสาะหาข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อหาข้อสรุป หากข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญแต่เรารู้ไม่ได้ ลืมมันซะ ถ้าเรารู้ได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ มันก็ไม่มีความหมายอะไร สิ่งที่เราต้องการคือข้อมูลที่สำคัญและเราสามารถรู้ได้ จำไว้ว่า ตลาดไม่ใช่ผู้นำทางแต่เป็นทาสรับใช้ มั่นใจให้ได้ว่า ข้อมูลของคุณนั้นถูกต้อง จากนั้นใช้วิจารณญาณอันสมเหตุสมผลกับมัน แค่นี้คุณก็จะสามารถทำเงินได้มากมาย ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังพบเจอวิกฤต คำถามคำตอบเต็ม ๆ อ่านได้จาก http://www.bankstocks.com/ ครับ

หลังงานประชุมก็เป็นการเข้าคิวขอลายเซ็นจาก Buffett และ Munger ซึ่งการขอลายเซ็นนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเท่านั้น ปีที่แล้ว ผมให้ Buffett เซ็น The New Buffettology ฉบับแปล และให้ Munger เซ็น Poor Charlie’s Almanack ปีนี้ผมให้ Buffett เซ็น The Essays of Warren Buffett และ The Intelligent Investor Munger เซ็น Damn Right ! กับ แบ้งค์ $ 1,000,000,000 ตอนผมยื่นแบ้งค์พันล้านให้ Munger Munger ดูแบ้งค์แล้วก็ส่งเสียง อืม อือ อยู่สักพัก ถึงจะเซ็นชื่อลงไป ผมเดาสนุก ๆ ว่า Munger คงจะตกใจที่คนหน้าตาบ้านนอกอย่างผม รวยน้อยกว่าเขานิดเดียว ปีนี้พิเศษ เพราะ Bill Gates มาร่วมนั่งเซ็นชื่อด้วย ผมก็เลยให้ Gates เซ็นแบ้งค์พันล้านอีกใบ จบจากตรงนี้ ผู้ถือหุ้นก็พากันไปงานเลี้ยงบาบีคิวที่ Nebraska Furniture Mart ครับ ปีนี้ Buffett ไม่มาเลย งานเลี้ยงพวกนี้ในช่วงปีหลัง ๆ Buffett จะไม่ค่อยมาปรากฏตัว เพราะอายุมากแล้วคนก็เยอะมาก อย่างที่ NFM ปีที่แล้ว Buffett ก็มาแค่ 5 นาทีเองครับ

วันอาทิตย์ Borsheim’s ปิดร้านให้เฉพาะผู้ถือหุ้นเข้ามาซื้อของ ปีนี้ Gates มานั่งเล่น Bridge กับผู้ถือหุ้นด้วย ส่วน Buffett ก็เดินไปเดินมาครับ ตอนค่ำ Steakhouse ร้านโปรดของ Buffett คือ Gorat’s เปิดร้านให้เฉพาะผู้ถือหุ้นที่จองโต๊ะไว้เข้าไปทาน Steak (ต้องจองวันที่ 1 เมษายนเพียงวันเดียว) ร้านไม่ใหญ่ ตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม เพียง 6 ชม.มีผู้ถือหุ้นเข้ามาทานกันกว่า 1,000 คน คนเยอะมาก Buffett และ Munger จะเข้าไปทานกันในห้องแยกต่างหาก เมนูที่คนส่วนใหญ่สั่งคือ Warren Buffett’s Favorite ซึ่งเป็น T-bone น้ำหนัก 22 ออนซ์ (เข้าใจว่าประมาณ 6 ขีดกว่า) อร่อยมากครับ ทำเอาผมติดใจเลย ระหว่างที่ทาน ผมเห็น Don Keough กรรมการ Berkshire อดีตรองประธาน Coke นั่งอีกโต๊ะหนึ่ง คนนี้ตอนหนุ่มๆ เป็นเพื่อนบ้าน Buffett Buffett เคยชวนให้เอาเงินมาลงทุนกับเขา $ 10,000 แต่ Keough ไม่เอาด้วยเพราะไม่มีเงินพอและไม่กล้าให้เงิน $ 10,000 แก่คนที่ไม่ได้ทำงานอะไรอย่าง Buffett Keough ยังเสียดายไม่หายเพราะถ้าลงทุนไปตอนนั้น ตอนนี้ $ 10,000 ก็จะกลายเป็นเงิน $ 400 ล้านแล้ว

2005 Berkshire Hathaway Annual Shareholders Meeting

ผมเดินทางไป Omaha โดยสายการบิน Korean Airline ใช้เวลา 4.30 ชม.ไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่โซล (รอ 3.30 ชม.) และใช้เวลาอีก 12.30 ชม.ไปลงที่ Chicago เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ เขาถามว่า ผมมาทำอะไร พอผมตอบไปว่า มาประชุม Berkshire ที่ Omaha เขาก็เลยกระเซ้ากลับมาว่า สงสัยผมจะเป็นเซียนหุ้น แล้วเขาก็หันไปคุยเรื่อง Buffett กับเจ้าหน้าที่อีกคนอย่างออกรสออกชาติ จาก Chicago ต้องนั่งเครื่องบินไปอีก 1 ชม.เศษ ๆ ไป Omaha ครับ อากาศที่ Omaha หนาวกว่าที่ผมคิดไว้มาก อากาศช่วงกลางวันอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียส เท่านั้นเอง ตอนดึก ๆ กับเช้ามืดจะหนาวมากพอดูทีเดียว มาถึงที่นี่คนแรกที่ผมได้พูดคุยด้วยก็คือ ตำรวจสนามบิน ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่า เขาเคยเห็น Buffett มาที่สนามบินหลายครั้ง เขาบอกว่า Buffett เป็นคนที่ Nice มาก Omaha เป็นเมืองไม่ใหญ่ครับ มีประชากรประมาณ 390,000 คน มีตึกสูง ๆ อยู่ 4-5 ตึกเท่านั้นเอง นอกนั้นจะเป็นแนวราบ ๆ อุตสาหกรรมที่นี่จะเน้นหนักไปทาง ธนาคารและประกันภัย, การแพทย์ และทางด้านเครื่องบินเป็นหลัก คนขับ Taxi เล่าให้ผมฟังว่า Omaha กำลังอยู่ในระหว่างการชักชวนให้ Boeing และ Lockheed มาตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่ Omaha เป็นเมืองที่ความมั่งคั่งต่อหัวสูงที่สุดเมื่องหนึ่งในอเมริกาเลยทีเดียว ทุก ๆ 500 คนจะมี 1 คนที่เป็น Millionaire นอกจากนี้ Omaha ยังติดกลุ่มเมืองที่น่าอยู่ของอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวก็เช่น Henry Doorly Zoo, Durham Western Heritage Museum, Boystown, Jolyn Art Museum เป็นต้น วันแรกผมเลือกไป Henry Doorly Zoo ผมเดินอยู่ 2-3 ชม. ที่นี่จะมี Indoor rain forest ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี Aquarium และสวนสัตว์กลางคืน King of the night ออกจากสวนสัตว์ ผมไป Durham Western Heritage Museum ที่นี่จะมีประวัติของ Omaha ทั้งการก่อสร้างเมืองในยุคเริ่มต้น, การสร้างชุมชม, โรงพยาบาล, โรงเรียน, สวนสัตว์ และสนามกีฬา ที่นี่จะจำลองร้านขายของชำของต้นตระกูล BUFFETT ไว้ให้ชมด้วย

วันที่ 29 ช่วงเวลา 4-10 PM จะเป็น Event แรกของ Berkshire weekend ครับ Berkshire จัด Cocktail reception เพื่อต้อนรับผู้ถือหุ้นไว้ที่ร้าน Borsheim’s คนเยอะมาก ๆ อาหารเครื่องดื่มมีบริการฟรี แต่ถ้าอยากกินก็ต้องเข้าแถวกันยาวเหยียดเลยครับ ผมไม่อดทนพอก็เลยไม่ได้กิน ร้าน Borsheim’ s เป็นร้าน Jewelry ที่ใหญ่ที่สุด หากไม่นับร้าน Tiffany ใน New York และจะขาย Jewelry ในราคาที่ถูกกว่าร้านอื่น ๆ ครับ นอกจาก Jewelryพวกสร้อย, แหวน, ต่างหู ในร้านก็ยังขายนาฬิกา, ปากกา, คริสตัล และของประดับอื่น ๆ อีก เห็นราคาของแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองจนลงไปแบบเฉียบพลันเลยครับ วันนี้สินค้าที่ขายดีที่สุดในร้านไม่ใช่พวก Jewelry หรอกครับ แต่เป็นเกม Monopoly ของ Berkshire ครับ เกมก็เหมือน Monopoly ทั่วไป แต่กระดาน, ธนบัตรจะมีรูป Buffettกับ Munger ในกระดาน แทนที่แต่ละช่องจะเป็นชื่อจังหวัดหรือประเทศ ก็จะเป็นชื่อบริษัทย่อยของ Berkshire อย่างเช่น Nebraska Furniture Mart และ Borsheim’ s แทน Borsheim’ s มักจะทำสินค้าเกี่ยวกับ Berkshire มาขายครับ ปีที่แล้วจะเป็นตุ๊กตา Buffett กับ Munger ครับ
หมดคืนนี้ก็ถึงวันสำคัญแล้วครับ วันเสาร์ที่ 30 ซึ่งเป็นวันที่จะมีการประชุม ปีนี้การประชุมจัดขึ้นที่ Qwest Center ซึ่งจัดที่นี่เป็นปีที่ 2 ครับ Qwest Center (มูลค่า $ 291 ล้าน) เป็น Convention center ใหม่เอี่ยมอายุปีกว่า ๆ เท่านั้นเอง ผมตื่นตี 2 ครึ่งเดินทางไปถึง Qwest Center ตี 3 ครึ่ง อากาศเย็นเฉียบเลยครับ ตอนที่ผมไปถึงมีคนรออยู่แล้วประมาณ 20-30 คน พอถึงตี 5 คนก็เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 500 คนได้ แต่พอหลัง 6 โมงเช้าแถวก็เริ่มยาวจนมองไม่เห็นคนท้ายแถวแล้ว ระหว่างรอ ผมได้พูดคุยกับผู้ถือหุ้นที่มาจาก London เขามาถึงประมาณตี 4 ทั้ง ๆ ที่มาประชุม 7-8 ครั้งแล้ว เขาย้ำกับผมครั้งแล้วครั้งเล่าว่า รับรองว่าคุ้มค่ากับการมาอย่างแน่นอน ผมได้พูดคุยกับผู้ถือหุ้นจากหลากหลายเมืองและประเทศทั้งจาก California, New York, Alaska, Atlanta , Florida, Sydney, Singapore, UK, และ Brasil แต่ละคนหลงใหล Buffettกันมาก ๆ เลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า แค่เป็น Berkshire Shareholder ก็เป็นเพื่อนกันได้ในทันทีและคุยกันเซ็งแซ่ไปหมด ผมว่าคงไม่มีการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทไหนที่ผู้ถือหุ้นจะมีอัธยาศัยดีอย่างนี้ สิ่งที่คุยกันก็เป็นการทักทาย ถามไถ่กันทั่ว ๆ ไปว่ามาจากไหน, มากี่ครั้งแล้ว, ถือหุ้นมาแล้วกี่ปี จนไปถึงเรื่อง Intrinsic value ของ Berkshire (ซึ่งผมไม่รู้เรื่อง) ระหว่างการคุย ผู้ถือหุ้นก็มักจะหยิบยกคำพูดของ Buffett ขึ้นมาอ้างอิงอยู่บ่อย ๆ พอถึง 7 โมงเช้าประตูก็เปิด แต่ละคนวิ่งกันอย่างไม่สนใจใคร ทุกคนต่างก็อยากจะได้ที่นั่งหน้า ๆ ครับ เพราะถ้าอยู่หลัง ๆ จะมองเห็น Buffett กับ Munger เป็นจุด ๆ เท่านั้นเอง คนตั้ง 25,000 คนครับ ผมได้ที่นั่งแถวที่ 5 จากเวที ซึ่งถือว่าใกล้มากแล้ว พอได้จับจองที่นั่งแล้วก็ได้เวลาออกไปเดินดู Booth ของบริษัทในเครือ Berkshire อย่าง See’s Candy, Fruit of the loom, Borsheim’ s , Nebraska Furniture Mart, Daily Queen, Shaw, Bengamin Moore, Kirby และอื่น ๆ อีกมาก

ปีนี้ Highlight ก็คือหนังสือ Poor Charlie’s Almanack ครับ หนังสือเล่มนี้รวบรวม lecture ต่าง ๆ ของ Charlie Munger ไว้อย่างครบถ้วนครับ หนังสือกว้างยาว 9 *9 นิ้ว หนาเกือบ 500 หน้า มีภาพสีทุกหน้า สวยงามมาก ผมบอกได้คำเดียวว่า เล่มนี้ต้องซื้อครับ ผมว่าหนังสือคงไม่เข้ามาขายในเมืองไทย แต่ซื้อได้ที่ poorcharliesalmanack.com ครับ Amazon ผมเห็นแต่ชื่อหนังสือ แต่มัน Unavaiable ครับ ย้ำอีกที Strong buy ครับ หนังสือหนักมาก ผมหอบมา 3 เล่มต้องถือเข้าคิว ถือเดินไปเดินมาทั้งวันหลายชั่วโมง เหนื่อยและหนักมาก ๆ และแล้วการประชุมก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 8.30 น. ช่วงแรก Susie Buffett ลูกสาว Buffett ออกมากล่าวสดุดีแม่ของเธอ (ภรรยา Buffett) ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปีที่แล้วครับ จากนั้นก็มีหนังสั้น ๆ หลาย ๆ เรื่องรวมแล้วยาวประมาณ 1 ชม.มาฉายให้ชมครับ หนังสั้น ๆ พวกนี้จะเป็นแก๊กตลก ๆ ซึ่ง Buffett จะแสดงเองครับ ผมว่านี้คงเป็นเสน่ห์อีกข้อหนึ่งของ BUFFETT ที่ยากที่ใครจะเลียนแบบ หนังสั้น ๆ ในปีนี้ก็เช่น • Buffett ขึ้นศาลฟ้อง Bill Gates ว่า Gates โกงเขาในการเล่น Poker ทาง Internet Buffett ฟ้องผู้พิพากษาว่า พอ Gates ทำท่าจะแพ้ Gates ก็ดึงปลั๊กคอมพิวเตอร์ออกเลย สุดท้ายผู้พิพากษาก็ตัดสินให้ Gates ต้องจ่ายเงิน $ 2 ให้ กับ Buffett • มีหนังการ์ตูนที่ Buffett เป็นชาวนาที่หลงทางกลับ Omaha ไม่ถูก ซึ่งจะมี Arnold เป็นตัวการ์ตูนสิงโต, Bill Gates และ Charlie Munger ร่วมเดินทางด้วย สุดท้าย Buffett ก็ใช้บัตร American Express โทรศัพท์เรียกเครื่องบินของบริษัท NetJet มารับกลับ Omaha การ์ตูนนี้สนุกมากเล่าไม่ถูกครับ • Buffett ไปให้สัมภาษณ์น.ส.พ.ขัดกับ Arnold Arnold เลยทำโทษ Buffett โดยให้ Sit-up 500 ครั้ง วิดพื้น 500 ครั้ง สุดท้าย Buffett ก็ทำได้ ซึ่งทำให้ Arnold แปลกใจมาก แต่สุดท้ายจริงๆ Arnold ก็แค่ฝันไป

ในระหว่างงานประชุม ห้าม !!!ถ่ายรูป ห้ามถ่ายวีดีโอ ห้ามบันทึกเสียงครับ เขาซีเรียสมาก คนที่ฝ่าฝืนอาจจะถูกยึดเครื่องหรือไล่ออกจากงานครับ ผมอาศัยตอน Buffett กับ Munger พูดจบจะ Break แล้ว ค่อยถ่าย เลยถ่ายได้ไม่กี่รูปเอง ปีนี้มี Surprise ครับ Bill Gates ในฐานะ Director คนใหม่ (แทนภรรยาของ Buffett) มาร่วมงานด้วย Buffett บอกว่า Gates มีความเข้าใจวัฒนธรรมของ Berkshire รวมถึงเข้าใจเรื่องการลงทุนเป็นอย่างดี Buffett บอกอีกว่า Gates จะสามารถช่วย Berkshire ทั้งที่ในยามที่เขายังอยู่และในยามที่เขาจากไปแล้วได้ ทั้ง 3 คนอยู่ห่างจากผม 20-30 เมตรเท่านั้นเอง คำถามในงานประชุมหลากหลายมาก บางเรื่องผมก็ฟังไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน อย่างเรื่อง Social Security , Education Reform เป็นต้น ผมจะยกตัวอย่างคำถามทั่ว ๆ ไปที่ไม่เฉพาะเจาะจงจนเกินไปนะครับ

คำถาม : กฏเกณฑ์สำคัญที่สุด 3 ข้อที่คุณใช้ในการเลือกผู้บริหารคืออะไร ? Buffett : สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ผู้บริหารจะต้องรักธุรกิจของเขา คนพวกนี้รวยอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน พวกเขาทำเพราะรักที่จะทำ นอกไปจากนี้ เราจะดูเรื่องความฉลาด, ความกระตือรือร้น และจริยธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าขาดจริยธรรมแล้ว 2 อย่างแรกจะสร้างปัญหาได้ คำถาม: ทำไมคุณถึงซื้อหุ้น Anheuser-Busch ? คุณใช้เวลาตัดสินใจนานมั๊ย ? Buffett : ผมใช้เวลา 2 วินาทีเท่านั้น นั่นเป็นเพราะผมอ่านรายงานประจำปีของบริษัทนี้มานานกว่า 25 ปีแล้ว ธุรกิจเบียร์เป็นธุรกิจที่เข้าใจง่าย แม้ตลาดเบียร์ในอเมริกาจะไม่โต แต่ Anheuser-Busch ก็มีความแข็งแกร่งมากและสินค้าของบริษัทก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ๆ คำถาม: คุณมีคำแนะนำอะไรบ้างสำหรับคนหนุ่มสาวที่สนใจเรื่องการลงทุน ? Buffett : ผมเริ่มสนใจหุ้นตอน 7 ขวบ ไม่รู้ผมไปเสียเวลาทำอะไรมาก่อนหน้านั้น ผมอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับการลงทุน พออายุ 11 ผมก็ซื้อหุ้น 3 หุ้น จากนั้นก็ได้อ่าน Ben Graham ผมแนะนำให้เริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อย ๆ และอ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า สิ่งที่สำคัญก็คือ การควบคุมอารมณ์ และคุณต้องคิดด้วยตัวเอง มีอะไรให้คุณได้เรียนรู้ทุกวัน ถ้าคุณสนุกกับเกม คุณก็จะทำได้ดี เริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อย ๆ และใช้กรอบความคิดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล คำถาม : คุณมีกลยุทธ์อะไรในยามที่ตลาดไม่ดี ? Buffett : หากตลาดถูกลง เราก็จะเห็นโอกาส เราจะซื้อ ผมมองการซื้อหุ้นเหมือนการซื้อของชำ ผมชอบของลดราคา แต่ผมจะไม่ใช้เวลาไปกับการทำนายทิศทางตลาด ผู้คนบางครั้งพลาดโอกาสที่น่าสนใจไปเพราะมัวไปกังวลกับตัวเลข มันตลกที่จะพูดว่า ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคไม่ค่อยดี ผมจะรอซื้อปีหน้าตอนมันถูกกว่านี้ คำถาม : การลงทุนที่ดีที่สุดของคุณคืออะไร ? Buffett : การซื้อ See’s สอนอะไรเรามากมาย See’s ยังสร้างกระแสเงินสดให้เราไปซื้ออย่างอื่นอีกด้วย GEICO ก็เป็นการลงทุนที่ดีของเรา เราซื้อ 50 % แรกของบริษัทในราคา $ 40 ล้านเท่านั้น แต่อีก 50 % ที่เหลือ เราซื้อมาในราคา $ 2 พันล้าน ดีนะที่เราไม่ได้ซื้อทีละ 1 ใน 3 นี่เป็นตัวอย่างครับ สำหรับคนที่อยากอ่าน Annual Meeting Note เต็ม ๆ อ่านได้ที่ www.bankstocks.com
หลังจากการตอบคำถามจบลง (5 ช.ม.) ก็เป็นการประชุมผู้ถือหุ้นตามปกติครับ (10 นาที) พอเลิกประชุมแล้ว ผู้ถือหุ้นที่มาจากต่างประเทศจะไปเข้าแถวกันเพื่อไปพบ Buffett กับ Munger ครับ ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยจริง ๆ เท่าไรหรอกครับเพราะแถวเรียงหนึ่งจะไหลไปเรื่อย ๆ ผมเอาพวงมาลัยเล็ก ๆ ที่ซื้อจาก Airport ให้ Buffett กับ Munger และให้ Munger เซ็นชื่อในหนังสือ Poor Charlie’s Almanack และให้ Buffett เซ็นชื่อใน ลงทุนอย่าง ... วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ผมแปล ช่วงเย็น Berkshire จะเลี้ยงบาบีคิวที่ Nebraska Furniture Mart ครับ ร้านนี้ใหญ่มาก ขายโซฟา, โต๊ะ, เตียง, ที่นอน และของตกแต่งบ้านเยอะแยะไปหมด แยกออกมาอีกอาคารหนึ่งก็จะขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, โทรศัพท์, ทีวี, ซีดี เยอะแยะไปหมดอีกเหมือนกัน วันสุดท้ายของ Berkshire weekend จัดขึ้นที่ Borsheim’ s เป็น Shopping day ของผู้ถือหุ้น ไม่มีอะไรมากก็เหมือนวันแรกครับ เพียงแต่มีเวลามากขึ้นอีก ภายนอกอาคารก็จะมีแชมป์หมากรุกมาเล่นหมากรุกกับผู้ถือหุ้นครับ
เรื่องราวก็มีอยู่เท่านี้ครับ ถามว่าคุ้มมั๊ย ผมว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนบ้า Buffett นะครับ คงไม่ต่างจากคนที่อยากไปดูฟุตบอลโลกที่สนาม หรือคนที่อยากไปดูคอนเสิร์ตที่เมืองนอก คนที่ไปดูฟุตบอลหลาย ๆ คนก็ไม่ได้เป็นนักฟุตบอล แต่เราเป็นนักลงทุนด้วย การไปครั้งนี้ ผมจึงพูดได้ว่า เป็นความทรงจำที่มีค่าทีเดียว